แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู ‘บุพเพสันนิวาส’ พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น ‘แม่หญิงการะเกด’ มีนาคม 18, 2018 – Posted in: บันเทิง – Tags: ,

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยความคิดเห็นของประชาชนทถึงการติดตามชมละคร บุพเพสันนิวาส พบว่าประชาชนร้อยละ 80.8 ติดตามชม ร้อยละ 19.2 ยังไม่ได้ดู

เมื่อสอบถามถึง ตัวละคร บุพเพสันนิวาส ที่แสดงได้ดีที่สุด พบว่าร้อยละ 54.4 ระบุ การะเกด รองลงมาร้อยละ 21.1 ระบุหมื่นเดช ร้อยละ 6.2 ระบุจ้อย ร้อยละ 5.2 ระบุหมื่นเรือง ร้อยละ 4.9 ระบุ นางผิน ร้อยละ 2.7 ระบุ นางแย้ม ในขณะที่ นางปริก ติดโผตัวละครแสดงดีที่สุด คือร้อยละ 2.1

แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู 'บุพเพสันนิวาส' พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น 'แม่หญิงการะเกด'

แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู ‘บุพเพสันนิวาส’ พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น ‘แม่หญิงการะเกด’

 

เมื่อถามคนดูว่า ดูแล้ว อยากเป็นตัวละคร บุพเพสันนิวาส คนไหนมากที่สุด พบว่าเพศชายเกินกว่า 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25.6 อยากเป็น การะเกด ส่วนผู้หญิงร้อยละ 73.5 อยากเป็นการะเกดเช่นกัน โดยภาพรวมอยู่ที่ร้อยละ 64.4 ส่วนผู้หญิงร้อยละ 4.6 อยากเป็น หมื่นเดช และ ผู้ชายร้อยละ 37.5 อยากเป็น หมื่นเดช

 

แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู 'บุพเพสันนิวาส' พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น 'แม่หญิงการะเกด'

แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู ‘บุพเพสันนิวาส’ พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น ‘แม่หญิงการะเกด’

แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู 'บุพเพสันนิวาส' พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น 'แม่หญิงการะเกด'

แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู 'บุพเพสันนิวาส' พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น 'แม่หญิงการะเกด'

สำหรับละครบุพเพสันนิวาส เป็นละครโทรทัศน์แนวย้อนยุค ออกฉายครั้งแรกทาง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด เขียนบทโทรทัศน์โดย ศัลยา ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของรอมแพง กำกับการแสดงโดย ภวัต พนังคศิริ นำแสดงโดย ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, ราณี แคมเปน, หลุยส์ สก๊อต, สุษิรา แน่นหนา, ปรมะ อิ่มอโนทัย, กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, นิรุตติ์ ศิริจรรยา, ชไมพร จตุรภุช ร่วมด้วยนักแสดงอีกเป็นจำนวนมาก เริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ต่อจากละครเรื่อง เสน่ห์นางงิ้ว

เนื้อเรื่อง

ในยุคปัจจุบัน เกศสุรางค์ นักโบราณคดีวัย 25 ปี มีความรู้ภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เธอมีเพื่อนสนิทที่แอบชอบอยู่คือ เรืองฤทธิ์ คบกันมานานหลายปี วันหนึ่งทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ เกศสุรางค์เสียชีวิต ขณะเดียวกันในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช การะเกดซึ่งเป็นที่หมั้นหมายต่อหมื่นสุนทรเทวา หรือ พ่อเดช รู้สึกอิจฉาต่อแม่หญิงจันทร์วาด จึงสั่งให้บ่าวไปคว่ำเรือ แต่คนที่เสียชีวิตครั้งนี้คือ บ่าวของแม่หญิงจันทร์วาด ส่วนแม่จันทร์วาดรอดชีวิต ออกญาโหราธิบดีซึ่งเป็นบิดาของหมื่นสุนทรเทวา ไม่เชื่อในคำกล่าวหาของลูกชาย จึงพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของการะเกดด้วยการร่ายมนต์กฤษณะกาลี ผู้ใดคิดร้ายจะสิ้นใจตาย ซึ่งก็มีผลให้การะเกดสิ้นใจตาย วิญญาณการะเกดหลุดออกจากร่างไปพบวิญญาณของเกศสุรางค์ที่เสียชีวิตในยุคปัจจุบัน การะเกดสำนึกตัวเอง ขอให้เกศสุรางค์ทำดีและกลับไปเข้าร่างการะเกด พอเกศสุรางค์ตื่นมา ก็พบว่าตัวเองอยู่ในร่างการะเกด

เกศสุรางค์ ในร่างการะเกด ได้ทำความคุ้นเคยกับหมื่นสุนทรเทวา ทำให้เริ่มหายความเกลียดชัง ต่อมาการะเกดได้พบกับหมื่นเรืองราชภักดี ซึ่งหน้าตาคล้ายกับเรืองฤทธิ์ เพื่อนสนิทในปัจจุบันที่เธอแอบชอบ เกศสุรางค์ยังได้รู้จักกับท้าวทองกีบม้า หรือ แม่มะลิ ขณะที่พ่อของเขาถูกคนของหลวงสุรสาคร ข้าราชการชาวกรีกรังแก เกศสุรางค์ช่วยโต้เถียงเป็นภาษาฝรั่งเศส จนเป็นที่ฮือฮา ทางด้านแม่หญิงจันทร์วาด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าการะเกดเป็นคู่หมายของหมื่นสุนทรเทวาก็ยังทอดสะพานอยู่เรื่อย ๆ

พวกฝรั่งเศสคบคิดกับฟอลคอนว่าจะเผาตลาด แล้วโยนความผิดให้ทหารไทย ฟอลคอนได้ไล่ยิงเกศสุรางค์ เพราะได้กลิ่นน้ำอบของผู้หญิงไทย เข้าใจว่าเป็นฝีมือของเธอ พ่อเดชเข้ามาช่วยเหลือเกศสุรางค์จากการยิง และหนีไปได้ ด้วยความเป็นห่วงจึงบอกว่ารักเธอ แต่ในใจก็รักเรืองฤทธิ์ผู้เดียว และคิดว่าเธอจะสามารถกลับไปยังโลกปัจจุบันได้ เธอก็คิดว่า พ่อเดชหลงรักการะเกดไม่ใช่เธอ จึงขอเลื่อนงานแต่งงาน ทำให้พ่อเดชเสียใจ

วันหนึ่ง เกศสุรางค์ พบบทสวดมนต์กฤษณะกาลีในห้องทำงานของออกญาโหราธิบดี แต่เมื่อเธอแตะมือลงทำให้วิญญาณออกจากร่าง เดชเข้ามาพอดีเห็นวิญญาณลอยอยู่ จึงปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่า มีผู้หญิงอื่นสิงเข้าร่างการะเกด ส่วนการะเกดล่องลอยอยู่ไร้จุดหมาย จนสามารถกลับมายังโลกปัจจุบันได้ พบว่าเรืองฤทธิ์ขอบวชตลอดชีวิต

เกศสุรางค์เห็นเงาของพ่อเดชในร่างของเรืองฤทธิ์ จึงรู้ว่าเรืองฤทธิ์ก็คือพ่อเดชมาเกิดใหม่ จากนั้นก็ได้พบการะเกด เธอได้รับผลบุญที่เกศสุรางค์ทำให้อยู่เรื่อย ๆ และบอกว่าเธออนุญาตให้เกศสุรางค์ใช้ร่างของเธอได้ เพราะเธอหมดบุญแล้ว ขณะที่เกศสุรางค์ในร่างนี้ได้หมดบุญไปแล้ว ต้องไปเกิดใหม่ในอดีตชาติ เกศสุรางค์ก็ได้ยินมนต์กฤษณะกาลีอีก เธอรู้ว่าไม่สามารถใช้ชีวิตในปัจจุบันได้แล้ว จึงกราบลาแม่และยาย กลับไปยังร่างการะเกดอีกครั้ง พอฟื้นมาในอดีตชาติ พอพบว่าพ่อเดชนั่งท่องมนต์มาหลายวัน ก็สวมกอดร่างของเธอเอาไว้แน่น พ่อเดชไม่สนใจว่าเธอเป็นใครมาจากไหน และบอกว่าจะรักเธอตลอดไป

งานสร้าง

บุพเพสันนิวาส เป็นละครแนวรักตลกที่อิงประวัติศาสตร์ ช่วงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ สร้างจากบทประพันธ์ของรอมแพง ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2552[4] สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ผู้สร้างละครเห็นว่า นวนิยาย เนื้อเรื่องโดดเด่น สนุกสนาน ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างยุค ยังมีเรื่องรักโรแมนติก บวกกับการได้เจอประวัติศาสตร์มีชีวิต ผ่านการใช้ชีวิตกับบุคคลในประวัติศาสตร์ยุคนั้น และยังได้เปิดลงโหวตว่า อยากให้นำนวนิยายเรื่องใดมาสร้างเป็นละคร ผลปรากฏว่าเรื่องนี้เป็นอันดับหนึ่ง จากนั้นได้ผู้เขียนบทคือ ศัลยาหรือศัลยา สุขะนิวัตติ์ ที่เคยเขียนบทละครดังอาทิ ลูกตาลลอยแก้ว, คู่กรรม, ดอกส้มสีทอง, ดอกโศก, แค้นเสน่หา, ภาพอาถรรพณ์ และ ทรายสีเพลิง นอกจากนั้นยังเคยเขียนบทละครย้อนยุคอย่าง รัตนโกสินทร์ และ สายโลหิต ศัลยาออกปากว่าเป็นบทที่ยากมาก เพราะถึงจะมีโครงบทประพันธ์ แต่ผู้เขียนบทต้องไปศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเกร็ดประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งบทสนทนา ทำให้ละครมีเนื้อเรื่องที่ยาวกว่าหนังสือเสียอีก โดยศัลยาใช้เวลาเขียนบทละครนาน 2 ปี[5] และใช้เวลาถ่ายทำนาน 2 ปี

บรอดคาซท์เลือกผู้กำกับการแสดงคือ ภวัต พนังคศิริ เพราะเห็นว่ากำกับละครได้หลายแนว และยังเคยทำละครย้อนยุคอย่าง บ่วง ภวัตมีความละเอียดในการถ่ายทำซึ่งเหมาะกับ บุพเพสันนิวาส ที่มีรายละเอียดปลีกย่อยรายล้อมมากมาย สำหรับการคัดเลือกนักแสดงนั้น การเลือกธนวรรธน์ วรรธนะภูติ มาเป็น หมื่นสุนทรเทวา เพราะเห็นว่า มีบุคลิกดูอบอุ่นเข้ากับบุคลิกพระเอก ขณะที่ราณี แคมเปน มารับบทเกศสุรางค์และแม่หญิงการะเกด เพราะมองว่าน่าจะเล่นบทบาทเป็นหลายคน หลายบุคลิกได้[5] แต่ก่อนหน้านั้น บทนี้เคยวางตัวให้อารยา เอ ฮาร์เก็ต เป็นผู้แสดง

ในละครมีการจำลองฉากท้องพระโรงที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงรับพระราชสาส์นจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส

ในการเนรมิตฉากต่าง ๆ ในสมัยอยุธยา มีการค้นคว้าหาข้อมูลอย่างหนัก ทำเป็นสตอรีบอร์ดก่อนถ่ายทำ โดยสถานที่ถ่ายทำที่มีอยู่จริง เช่น กำแพงเมือง หรือวัดไชยวัฒนาราม ก็เก่าแก่ ต้องทำขึ้นใหม่ให้เหมือนบทประพันธ์ ส่วนฉากที่ไม่หลงเหลือแล้ว ก็สร้างขึ้นมาใหม่ด้วยเทคนิคการสร้างภาพ

รวมถึงอุปกรณ์ประกอบฉากที่ต้องสวยและถูกต้องตามประวัติศาสตร์ ตัวอย่างเช่น เรือนไทยที่เป็นฉากหลักก็ดูหรูหราเหมาะกับตำแหน่งของครอบครัวพระเอก มีข้าวของ ตามแบบยุคอยุธยาวางอยู่ นอกจากนั้น ในฉากที่สะท้อนวัฒนธรรม เช่น ฉากการทำขนมหวาน ก็เชิญอาจารย์ที่เชี่ยวชาญการทำขนมไทยโบราณมาทำให้

หรือฉากคุณหญิงจำปาสอนการเรือนการะเกด ก็ได้เห็นผักแกะสลักอลังการ นอกจากนั้นยังมีฉากที่ลงทุนแรงงานสร้างอย่างมากเช่น ฉากตลาดจีน ที่สร้างทั้งตลาดขึ้นมาเพื่อการถ่ายทำจริงฉากเดียว ใช้เวลาถ่ายในสตูดิโอ 2 วัน แต่ออกมาเพียง 2 นาที รวมถึงฉากท้องพระโรงที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงรับพระราชสาส์นจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส ที่ทางค่ายตั้งใจสร้างออกมาให้สวยเหมือนภาพในหนังสือประวัติศาสตร์ที่เรียนกัน สถานที่ถ่ายทำในเรื่องฉากอื่น เช่น เมืองโบราณ ฉากในเรือ พายเรือ อยุธยา กาญจนบุรี มีการสร้างท่าน้ำขึ้นมาใหม่ในช่อง 3 หนองแขม

ส่วนเครื่องแต่งกายตัวละคร ผู้ออกแบบชุดแต่งกายคือ กิจจา ลาโพธิ์ ที่เคยออกแบบให้ละครเรื่อง ขุนศึก, ลูกทาส, ข้าบดินทร์ กิจจาที่ได้ออกแบบจากการค้นคว้าข้อมูลจากบันทึกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจดหมายเหตุลาลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม พงศาวดาร ภาพเขียนจิตรกรรม สมุดข่อย สมุดไทย หรือแม้แต่ตู้พระธรรมเขียนลายทองเก็บหนังสือใบลาน

โดยได้ออกแบบใหม่หมดตั้งแต่สี ลายผ้า เครื่องประดับจนถึงหัวเข็มขัด ตามบุคลิกตัวละครและตามยศศักดิ์ ผู้หญิงใส่สไบ ใส่เครื่องทอง มีทั้งโจงกระเบน เสื้อคอตั้ง เสื้อแขนกระบอก การแต่งกายในวาระต่าง ๆ ด้วย มีการออกแบบลายผ้าขึ้นมาใหม่ และชุดแต่งงานเครื่องทอง นอกจากนี้ ทรงผมแต่ละคนก็อ้างอิงจากทรงผมจริงสมัยอยุธยา

ดนตรีประกอบมีทั้งขลุ่ย ซออู้ ขิม ซึ่งได้ผู้เล่นดนตรีไทยฝีมือระดับครูมาทำดนตรีประกอบให้

และด้วยกระแสความแรงของละครเรื่องนี้ทำให้ รอมแพง เจ้าของบทประพันธ์ตัดสินใจที่จะเขียนนวนิยายภาคต่อของเรื่อง บุพเพสันนิวาส ออกมาโดยใช้ชื่อว่า พรหมลิขิต ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมข้อมูลโดยจะเป็นเรื่องราวในรุ่นลูกซึ่งมีมนต์กฤษณะกาลีเป็นตัวเชื่อมโดยจะดำเนินเรื่องราวในช่วงปลายรัชสมัยพระเพทราชา พระเจ้าเสือ พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระและอาจจะไปถึงพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู 'บุพเพสันนิวาส' พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น 'แม่หญิงการะเกด'

แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู ‘บุพเพสันนิวาส’ พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น ‘แม่หญิงการะเกด’

การตอบรับ

คำวิจารณ์และความสมจริง

แม้ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส จะถูกประพันธ์และสร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงของผู้ชมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีผู้ให้ข้อติติงไว้ ทั้งในเรื่องความสมจริงทางการเมืองและด้านศิลปะวัฒนธรรม วรรษชล ศิริจันทนันท์ นักเขียนจากเดอะโมเมนตัม เอาแนวคิดประวัติศาสตร์การเมืองฝ่ายซ้ายวิเคราะห์ละครเรื่องนี้ไว้ว่า เป็นละครหลังข่าวที่แม้จะยังคงความสนุกและความบันเทิง “แต่ก็ยังมี ‘คราบ’ ของอุดมการณ์ชาตินิยมและการชื่นชมความสงบสุขของอยุธยาแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ จนผู้ชมเกิดอารมณ์โหยหาอดีต” โดยวรรษชลโต้แย้งว่า บุพเพสันนิวาส นำเสนอภาพในอดีตที่มองข้ามความขัดแย้งของคนไทยในราชสำนัก โดยนำเสนอว่าสังคมและวัฒนธรรมของอยุธยาเป็นสังคมที่ “สงบสุข ไม่มีการคอรัปชั่น และมีฝรั่งเป็นส่วนเกิน” เพื่อสนองความปรารถนาของผู้ชมบางส่วนซึ่ง “ไม่พอใจในปัจจุบันอันแสนจะวุ่นวาย เต็มไปด้วยการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และไร้ซึ่งความปรองดอง จนเกิดความโหยหาอดีต”

นฤเบศ กูโน ผู้กำกับและนักเขียนบทละคร แสดงความเห็นว่าเพราะความสำเร็จของละครเกิดจากบทละครที่ดีและเคมีของนักแสดงที่เข้ากัน ขณะที่วัฒนธรรมการดูละครของคนไทยมีความคล้ายคลึงกับคนเกาหลี คือ ชื่นชอบละครตลก พระนางไม่ถูกกัน มีบทพูดเชือดเฉือน แต่แอบแสดงออกเล็กน้อยว่ารัก

ส่วนเว็บไซต์สนุก.คอม วิเคราะห์ความสำเร็จของละครเรื่องนี้ว่า “สะท้อนให้เห็นสูตรสำเร็จของละคร และการนำเสนอประวัติศาสตร์ไทยผ่านละครแนวใหม่ ที่มีความเข้ากันของพระนางเป็นตัวชูโรง จนสร้างความน่าสนใจในประวัติศาสตร์ไทยให้กับคนรุ่นใหม่ให้หันกลับมามองมากขึ้น”

เนื่องจากเป็นละครที่มีฉากหลังอิงประวัติศาสตร์ จึงได้รับคำวิจารณ์เรื่องความสมจริง ลุพธ์ อุตมะ นักออกแบบเครื่องแต่งกาย วิจารณ์ว่า “เครื่องนุ่งห่มในเรื่องนี้ ในส่วนของชาวสยามมีการวิจัยและจัดทำได้สวยงามเหมาะสม แม้ว่าจะมีการใช้ผ้านุ่งจากประเทศราช และหัวเมืองทางเหนือมาใช้ร่วมด้วย เป็นการสื่อสารได้อย่างดีถึงความสัมพันธ์ของผู้คนและชาติพันธุ์ในสมัยนั้น ทว่าตัวละครที่ไม่ใช่คนสยามนั้นกลับพบว่ามีข้อบกพร่อง เรื่องการออกแบบ การตัดเย็บและการใช้ผ้าที่ถูกลักษณะ”

โดยเขาชี้ข้อบกพร่อง อย่างเช่น คอนสแตนติน ฟอลคอน และมาเรีย กีมาร์ เนื่องจากรูปแบบหรือ แพทเทิร์นเป็นแบบสมัยใหม่และผิดสัดส่วนเป็นอย่างมาก กิจจา ลาโพธิ์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบเครื่องแต่งกายในละคร ชี้แจงว่า เสื้อผ้าชาวต่างชาติในละครเป็นเรื่องที่ยากที่สุดเรื่องหนึ่ง การออกแบบพัฒนาขึ้นจากข้อมูลที่ค้นคว้า และพยายามที่จะทำให้ใกล้เคียงกับความเป็นข้อเท็จจริงมากที่สุด แต่ก็ได้เพิ่มรายละเอียดเพื่อความสวยงามและให้เหมาะสมกับตัวนักแสดง นอกจากนี้ทางสถานีที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ของตัวละครเอกให้ดูแตกต่างจากตัวละครตัวอื่น จึงเป็นเหตุให้ตัวละครเหล่านี้ฟันไม่ดำ

พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบข้อผิดพลาดในด้านรายละเอียด ชี้ว่า อย่างฉากที่เห็นป้อมเพชร พิจารณาในช่วงเวลาในบทประพันธ์ และดูหลักฐานชั้นต้นทางประวัติศาสตร์ สภาพของป้อมน่าจะทรุดโทรมมาก หรือไม่ก็ กำลังได้รับการปรับปรุงโดยนายช่างฝรั่งเศสชื่อ เดอ ลามาร์

แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู 'บุพเพสันนิวาส' พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น 'แม่หญิงการะเกด'

แรงไม่หยุด! โพลชี้คนส่วนใหญ่ดู ‘บุพเพสันนิวาส’ พบชายไทยร้อยละ 25.6 อยากเป็น ‘แม่หญิงการะเกด’